Review

ขับรถเที่ยวเหนือ แพร่ น่าน พะเยา ตอนที่ 1

 

สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน จ.น่าน

 

การเดินทางครั้งนี้ เราต้องขอขอบคุณข้อมูลดีๆ รีวิวดีๆของคุณ chaoswalker จาก Pantip ที่เป็นแรงบันดาลใจในการขับรถเที่ยว แพร่ น่าน และ พะเยา ในครั้งนี้ เราเดินทางเมื่อปี 2009 ค่ะ ทริปนี้มีสมาชิก สองคนเช่นเคยค่ะ แต่ต่างกับทริปอื่นๆ ตรงที่ครั้งที่เราขับรถกันไปเองค่ะ แต่เราไม่ได้เป็นคนขับนะคะ ตอนแรก สัญญากันเป็นอย่างดีว่าจะช่วยอยู่เป็นเพื่อนดูทาง ไปด้วยกัน แต่ไปไม่ถึงไหนเราก็หลับ ปุ๋ยเลยค่ะ ขึ้นรถปุ๊บ หลับปั๊บ ต้องปล่อยให้ คนขับทำหน้าที่อยู่คนเดียว รู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน ทำไงได้คะ ก็มันหลับไปอย่างไม่รู้ตัวจริงๆ ทริปนี้เรายอมรับค่ะว่า ตื่นเต้นกว่าทริปไหนๆ เพราะเป็นการไปกางเต้นท์ ครั้งแรก ขับรถไปกันเองครั้งแรก

 

 

เรามีเวลาเตรียมตัวไม่นาน เพราะทริปนี้เกิดขึ้นมาแบบไม่ตั้งใจ และของทุกอย่างที่ใช้ในทริปนี้ก็ป้ายแดงทั้งหมด ค่ะไม่ว่าจะเป็นเต้นท์ อุปกรณ์ทำอาหาร ซื้อใหม่ทั้งหมดค่ะ เพราะไม่เคยไปเที่ยวแบบนี้มาก่อน เราออกเดินทางกันวันที่ 25 ธค ค่ะ ระหว่างทางมีหลงทางบ้างค่ะ เราเองก็ตื่นเป็นระยะๆ เนื่องจากคนขับหลงทาง เราไม่มี GPS ค่ะ ตอนแรกจะซื้อ แต่ว่า งบหมดค่ะ และคิดว่ายังไม่น่าจะจำเป็นเท่าไหร่ เลยมีแค่แผนที่ และการถามทาง แต่การถามทางจากเจ้าถิ่นก็ทำให้เราไม่หลงทางนะคะ แถมบางครั้งมีทางลัดด้วย เหมือน GPS เลย นะเนี่ย

 

พระธาตุช่อแฮ จ.แพร่

 

ระหว่างทางก็มีจอดพักบ้างค่ะ จอดนอนสัก 10 –15 นาทีที่ปั้ม เราเองก็หลับสบายค่ะ อากาศก็เย็นๆ มารู้สึกตัวอีกทีก็มาเช้าที่แพร่แล้วค่ะ จอดพักรถที่ปั้มเช่นเคย แต่ตอนนี้พระอาทิตย์ ขึ้นแล้วค่ะ คนขับรถได้ดื่มกาแฟ เราเองก็ได้เข้าห้องน้ำ ล้างหน้า เปลี่ยนคอนแทคเลนส์ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ ถ่ายรูปค่ะ

 

พระธาตุช่อแฮ จ.แพร่

 

แสงยามเช้ามันช่างสวยงามจริงๆนะคะ อากาศก็ดี เย็นสบาย ได้กาแฟร้อนสักแก้วหรือโอวัลตินสักแก้ว ก็คงเหมาะ

 

นายแบบของเราเท่ห์มั้ยคะ ก่อนออกจากปั้มก็เหลือบไปเห็นประโยคนึงหน้าห้องน้ำ สะดุดตามากเลย เข้า concept เลยค่ะ "เที่ยวทั่วไทย เปิดโลกทัศน์ใหม่ให้ชีวิต"

 

พระธาตุช่อแฮ จ.แพร่

 

จากนั้นเราก็ขับรถมาเรื่อยๆค่ะ ชอมบรรยากาศข้างทางที่มีแต่หมอกเต็มไปหมด อากาศเย็น จนไม่ต้องเปิดแอร์เลยค่ะ ที่แรกที่เราตั้งใจไปวันนี้คือ พระธาตุช่อแฮ ค่ะ

 

พระธาตุช่อแฮ จ.แพร่

 

ไปไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลกันค่ะ เรามาถึงกันตั้งแต่เช้าคนยังไม่เยอะเท่าไหร่ ค่ะ

 

พระธาตุช่อแฮ จ.แพร่

 

พระธาตุช่อแฮ จ.แพร่

 

 

พระธาตุช่อแฮ จ.แพร่

 

 

พระธาตุช่อแฮ จ.แพร่

 

 

พระธาตุช่อแฮ จ.แพร่

 

เป็นพระธาตุสำหรับคนเกิดปีเสือ ก็ไม่แปลกที่จะมีรูปปั้นน้องเสือให้เห็น ค่ะ

 

พระธาตุช่อแฮ จ.แพร่

 

พระธาตุช่อแฮ จ.แพร่

 

 

พระธาตุช่อแฮ จ.แพร่

 

และที่เราชอบอีกอย่างคือ บาตรใส่เหรียญทำบุญค่ะ เรียงได้สวยงาม จริงๆ

 

 

พระธาตุช่อแฮ จ.แพร่

 

จากนั้นก็เที่ยวชมความสวยงามรอบๆก่อนกลับค่ะ ข้อมูลพระธาตุช่อแฮ คลิ๊ก

 

เราออกเดินทางจากพระธาตุประมาณเก้าโมงกว่าๆค่ะที่ๆเราจะไปก็คือขุนสถานค่ะ ถามอยู่หลายคนกว่าจะได้เรื่องก็ เสียเวลาไปพักนึง จนมาเจอร้านขายข้าวเหนี่ยวนึ่งค่ะ หวานใจลงไปซื้อและถามทางไปในตัวค่ะ ได้ข้าวเหนียวร้อนๆมากินกับ หมูที่เอามาจากกทม. อร่อยอย่าบอกใครเลยค่ะ มื้อเช้าของเราก็กินกันในรถนี่แหละค่ะจะได้ไม่เสียเวลา ส่วนคนขับก็ขับไปด้วยกินไปด้วย ค่ะยื่นอะไรไปก็กินหมด ไม่ช้าเราสองคนก็ถึงทางแยกที่จะไปขุนสถาน ป้ายบอกทางราว 20 กว่าๆกิโลค่ะ ระหว่างทางไม่ลืมที่เก็บรูปสวยๆมาฝากค่ะ

 

 

 

สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน ซากุระเมืองไทย

ระยะทางขึ้นเขา ถนนถือว่าดีมากๆค่ะ และมันโค้งเยอะไปหน่อย เลยทำให้มึนหัว แต่พอเปิดกระจกรับลมเย็นๆ ก็ช่วยได้มากเลยค่ะ ไม่นาน เราก็ถึงหน่วยจัดการต้นน้ำขุนสถานค่ะ ที่รู้ว่าถึงก็เพราะดอกนางพญาเสือโครงสีชมพู กำลังเบ่งบาน เต็มต้น รอคอย นักเดินทางที่กำลังจะมาเยือน เราเลยไปดูอช.ขุนสถานก่อนค่ะ เลยไปไม่เท่าไหร่ก็ถึง แต่บนนั้นไม่มีอะไรเลยค่ะ เราก็เลยย้อนกลับมาที่ หน่วยจัดการต้นน้ำขุนสถาน อย่างที่ตั้งใจไว้ ภาพที่เห็นตรงหน้า เกินกว่าที่เราวาดภาพไว้ค่ะ มันเป็นสีชมพู เต็มไปหมดเลย มองไปทางไปไหนก็เป็นสีชมพู มันตื่นเต้น ดีใจ ไม่รู้จะบรรยายยังไงดีค่ะ บางคนอาจจะเฉยๆนะคะ แต่สำหรับเราเรา ชอบและชอบมากค่ะ

 

 

สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน ซากุระเมืองไทย

อากาศที่นี่เย็นสบายค่ะ มีแสงแดดรำไร ท้องฟ้าสีฟ้าสดใส ทุกอย่างลงตัวมากๆค่ะ แทบจะพูดได้ว่าไม่อยากละสายตาไปไหนเลย

 

สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน ซากุระเมืองไทย

ไม่ว่าจะหันไปมุมไหนก็เป็นสีชมพูไปหมดค่ะ

ถ่ายรูปได้สักพักก็นึกขึ้นได้ว่าคนขับเราไปไหน หันไปอีกทีก็เป็นแบบนี้แล้วค่ะ สงสัยจะเหนื่อยมากจริงๆแต่อากาศที่นี่มันก็น่านอนด้วยนะคะ

 

 

สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน ซากุระเมืองไทย

 

ตรงที่นอนอยู่คือจุดกางเต้นค่ะ ปูด้วยฟาง แม้จะไม่นุ่มเหมือนนอนบนเตียงหนา ๆ แต่ก็นอนสบายอย่าบอกใครนะคะ แต่ก่อนจะนอนอย่าลืมปูเสื่อก่อนนะคะ ไม่งั้นอาจจะคันได้

 

สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน ซากุระเมืองไทย

 

เห็นดังนั้น เราจึงไม่รบกวนเวลานอนค่ะ เราก็ไปเก็บภาพรอบๆ ขุนสถานกัน ที่นี่มีบ้านพักด้วยนะคะ

 

สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน ซากุระเมืองไทย

 

บรรยากาศเหมือนอยู่เมืองนอกเลยค่ะ อยากมีบ้านแบบนี้มั่งจัง

 

สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน ซากุระเมืองไทย

 

ลองนึกเล่นๆว่าถ้าบ้านหลังที่อยู่ตรงหน้า เป็นบ้านของเราจริงๆ คงจะมีความสุขนะคะ ตื่นมาก็ได้เห็น อะไรสวยๆงามๆ น่าอิจฉาคนที่นี่ๆจริงๆค่ะ เค้าคงชินกับ ดอกนางพญาเสือโคร่ง เพราะเห็นมาตั้งแต่เกิด คงงงกับพวกเราที่ตื่นเต้น กับเจ้าดอกไม้สีชมพูนี้

 

สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน ซากุระเมืองไทย

 

ากนั้นเราก็เก็บภาพต่อค่ะภายในขุนสถาน มีพื่นที่เล็กค่ะ เดินแป๊ปเดียวก็ทั่วแล้ว ไม่อยากจะคิดว่าถ้านักท่องเที่ยวแห่กันมาคงแออัดน่าดู ไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลยค่ะ อยากเก็บที่นี่ไว้ให้เป็นธรรมชาติ ไม่อยากให้มีการค้า หรือธุรกิจเข้ามาเลย แต่ก็คงห้ามยากค่ะ

 

สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน ซากุระเมืองไทย

 

ลืมเรื่องเครียดๆ มาดูดอกไม้สวยๆกันต่อดีกว่าค่ะ

 

สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน ซากุระเมืองไทย

 

สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน ซากุระเมืองไทย

 

ลำต้นสูงตระหง่าน อายุของต้นคงไม่น้อยเลยค่ะ

DSC_0289

 

จะเป็นดอกเดียว หรือรวมเป็นช่อ ก็สวยค่ะ หนึ่งปีจะได้ดูแค่ครั้งเดียวเท่านั้นนะคะ ถ้าจะรอชมก็ต้องปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าเลยค่ะ

สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน ซากุระเมืองไทย

 

สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน ซากุระเมืองไทย

 

สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน ซากุระเมืองไทย

 

สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน ซากุระเมืองไทย

 

นอกจากจะมีต้นนางพญาเสือโคร่งแล้ว ที่นี่ยังมีต้นไม้อื่นๆอีกมากมายค่ะ อาทิเช่น ต้นเมเปิ้ล

 

สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน ซากุระเมืองไทย

 

 

สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน ซากุระเมืองไทย

 

หลังจากอำลาขุนสถาน ดัวยความรู้สึกที่อิ่มเอมใจ เราก็มุ่งหน้าไปที่ดอยเสมอดาวค่ะ เราต้องรีบไปให้ถึงก่อนค่ำ เพราะมีอะไรที่ให้ทำอีกหลายอย่าง ค่ะ ไม่ว่าจะกางเต้นท์ ป้ายแดง สดๆร้อนๆ ทำอาหารเย็น ค่ะ ระยะทางไม่ไกลค่ะ แต่เป็นระยะทางขึ้นเขา ลงเขาซะส่วนใหญ่ เราเองก็ เมา มึนอีกเช่นเคยค่ะ ตื่นอีกทีก็ถึงแล้วค่ะ ข้อมูลสถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน คลิ๊ก

 

ดอยเสมอดาว จ.น่าน

 

เต้นของเราเองค่ะ ได้มาก็ยังไม่เคยลองกางดูสักที พอกางจริงๆเล่นเอาเหนื่อยเลยค่ะ นักว่าจะง่าย แต่พอเอาเข้าจริงก็เหงื่อตกน่าดูค่ะ แถมไม่มีค้อน เอาไว้ตีสมอบกอีกตะหาก แอบยืมเต้นท์ข้างๆเอาค่ะ

 

ดอยเสมอดาว จ.น่าน

 

หม้อ แก๊ส กระทะ จาน ช้อน ใหม่ยกชุดเลยค่ะ แต่แม่ครัวมือไม่ใหม่นะคะ เราพอทำอาหารได้ค่ะ มื้อเย็นนี้เราทำ ต้มจืด ไข่เจียว และข้าวสวยร้อนๆค่ะ

 

ดอยเสมอดาว จ.น่าน

 

ดอยเสมอดาว จ.น่าน

หลังจากเตรียมอาหารเสร็จ เราก็ไม่รอช้าที่จะไปเก็บภาพสวยๆ ของแสงสุดท้ายก่อนพระอาทิตย์ตกค่ะ

 

ดอยเสมอดาว จ.น่าน

 

ดอยเสมอดาว จ.น่าน

ดวงอาทิตย์ก็ดวงเดิม แต่ต่างกันที่สถานที่ และ ความรู้สึก ค่ะ

 

ดอยเสมอดาว จ.น่าน

พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าค่ะ

 

ดอยเสมอดาว จ.น่าน

แสงอาทิตย์ลับลา แสงจากเปลวเทียน ก็เปล่งประกาย ให้แสงสว่างขึ้นมาทดแทน เป็นวัฏจักรของชีวิต

 

ที่พัก หัวหิน